top of page
  • Lim

GET HIGH!! อินสปายอาร์ตสอดส่องศิลปะกับกัญชาทั่วโลก


ต๊าซมาก!! ช่วงนี้ไม่มีอะไรร้อนแรงแซงหน้า“เสรีกัญชา”ของไทยไปได้แล้ว ยุคเบบี้บูมก็สู้ยุคกัญชาบูมไม่ได้ ต่อแถวหน้าร้านขายกันยาวเฟื้อย วงการศิลปะก็ไม่แพ้กัน งานคอลแลบระหว่างศิลปะกับกัญชาก็ต้องมา เดินหน้าสร้างและโชว์ผลงานอินสปายบายกัญชา ส่วนศิลปินมากมายทั้งที่เคยคอลแลบกับมันมาก่อนการเปิดเสรีหรือที่ไม่เคยก็ตาม ต่างตบเท้ากันมาเซเลเบรทกันให้ครีเอทีฟเบ่งบาน ทะลายกำแพงจินตนาการ ด้วยคำถามชวนสงสัยว่ามันช่วยสร้างสรรค์งานศิลปะและดนตรีได้สุดปลั่งได้จริงหรือ ถึงมีศิลปินเสพกันในระหว่างสร้างงานศิลป์ แต่งเพลง หรือขณะเล่นดนตรีกันมากมาย รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจจนใส่มันไว้ในงานศิลปะและงานเพลงของตน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินไฟน์อาร์ตระดับโลกอย่าง Picasso หรือศิลปินร่วมสมัยเช่น Chris Burden กับ Richard Prince และรุ่นหลังอย่าง Fred Tomaselli มาจนถึงแนวสตรีทอาร์ตของไทยอย่าง Muebon และ Bigdel นอกจากนั้นก็มีศิลปินเพลงในตำนานที่ไล่เรียงยุคกันมาอย่าง Louis Armstrong กับแจ๊สยุคแรก และ The Beatle กับ Bob Dylan ในยุคฮิปปี้ จนถึง Bob Marley ในแนวเร็กเก้ ต่อด้วยฮิปฮอปตัวพ่อในปัจจุบันอย่าง Snoopdog ที่เปิดกิจการขายกัญชาด้วย จวบจนล่าสุดอย่างราชินีป๊อปแดนซ์ Lady Gaga ที่โพล่งออกมาตรงๆเลยว่า “ฉันสูบกัญชาเยอะมากตอนที่แต่งเพลง”


มีงานวิจัยมากมายโดยนักประสาทวิทยา(Neurologist)เกี่ยวกับปฏิกิริยาของระบบประสาทและสมองที่มีต่อกัญชา รวมถึงการทะลุทะลวงสมองส่วนหน้า(Frontal Lobe)ซึ่งทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งนอกวงวิชาการก็มีกิจกรรม workshop มากมาย รวมถึงการสัมภาษณ์ใน Podcast ชื่อซีรี่ส์ ‘Stoner’ ของ Aaron Lammer ที่เชิญศิลปินและนักดนตรีมากมายมาคุยถึงประสบการณ์เรื่อง “กัญชามีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างไรบ้าง” ถึงแม้ว่าผลจะเป็นบวกเสียส่วนใหญ่ทั้งสองแนวการศึกษา แต่ก็มีบางคนมีความรู้สึกแย่ๆบ้าง ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณ สายพันธุ์กัญชา ช่วงเวลา ประสบการณ์ชีวิต เหตุการณ์สะเทือนใจ ความต้านทานของร่างกาย บุคลิกนิสัย เป็นต้น ศิลปิน Chris Bogia เผยว่า “กัญชาช่วยให้ผมขยายและจัดเรียงไอเดียแนวคิดที่ผมพยายามสร้างขึ้นมานาน ก่อนจะสูบมัน” เขาเสริมด้วยว่า “ผมว่ามันมีประโยชน์นะ แต่มันไม่ใช่ตะเกียงวิเศษที่ช่วยแก้ปัญหาความคิดสร้างสรรค์ได้เสมอไป” เมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ควรบาลานซ์ให้พอเหมาะ เพราะกัญชาก็เหมือนข้าว กินมากไปก็หลับเป็นผัก แต่ถ้าไม่มีเลย โลกศิลปะคงเหี่ยวเฉา งานศิลปะและดนตรีสุดปังระดับโลกมากมาย ก็อาจไม่มีให้เห็น


... คอลัมน์นี้เรารวบรวมผลงานและศิลปินที่เก็ทไฮด์จนได้อินสปายในงานของตนมาให้ทุกท่านได้สอดส่องกัน ไปเซย์ไฮด์ศิลปะกับกัญชาทั่วโลกกันเล๊ยย


Snoop Dog


Snoop Dogg ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการ "จุดสูบซักตัวก่อนและกินผลไม้ไปด้วย" เขากล่าวต่อไปว่ากัญชาช่วยในเรื่องสุขภาพของเขาได้อย่างไร “กัญชาทำให้ฉันรู้สึกดีและทำให้ฉันมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในฐานะศิลปิน คุณต้องรู้สึกมีแรงบันดาลใจ กัญชาทำให้คุณผ่อนคลายและเปิดใจ” Snoop Dogg พูดถึงกัญชามานานแล้วในเพลงของเขา ที่พูดโต้งๆเลยก็มีเพลง ‘Smoke Weed Everyday’ ลองไปเก็ทไฮด์กับเพลงนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=5QCaaAyz-yA นอกจากนั้นเขายังเปิดแบรนด์ขายกัญชาชื่อว่า Leafs by Snoop ซึ่งรวมถึงครีเอทกัญชาสายพันธุ์ใหม่ๆด้วย เช่น พายมะนาว พุ่มไม้สีม่วง และแสงเหนือ


Picasso


อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่าง Picasso กับกัญชา? ในยุคงานศิลปะของเขาที่ชื่อ “Rose Period” (ปารีส, 1904-1907) Pablo Picasso และแฟนสาวของเขา Fernande Olivier เคยเสพฝิ่นและกัญชาสกัดที่บ้านของเพื่อนชื่อ Patrick O'Brian ซึ่งเขาได้กล่าวถึงการกินกัญชาสกัดเม็ดในชีวประวัติของ Picasso (1976) ไว้ว่า “Picasso พบกับความยากลำบากในการสร้างสรรค์งานของเขา – มันเหมือนกับว่าเขาตันแล้ว เขาวาดภาพสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ประสบการณ์ของ Picasso เกี่ยวกับกัญชานั้นไม่ดีเลย นี่อาจเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่แฮชหรือกัญชาสกัดถูกผสมกับสารอื่นๆ ซึ่งในตอนต้นของศตวรรษที่ 20 มีข้อมูลไม่มากนักเกี่ยวกับปฏิกิริยาของกัญชาเหมือนในทุกวันนี้


Fred Tomaselli


งานของ Fred Tomaselli ส่วนใหญ่จะใส่องค์ประกอบหลายอย่างในภาพเขียนที่เคลือบด้วยเรซินของเขา ไม่ว่าจะเป็น แมลง ยาเม็ด ผีเสื้อ และดอกไม้ แต่งานชิ้นนี้ที่สร้างในปี 1994 ได้อุทิศให้กับกัญชาเพียวๆเท่านั้น ด้วยพื้นหลังสีดำและสไตล์มินิมัลลิสต์ เน้นย้ำถึงความงามที่ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติของพืชชนิดนี้โดยสื่อถึงความรู้สึกแบบหลอนประสาทอันเป็นเอกลักษณ์ในงานของศิลปินได้เป็นอย่างดี ผลงาน Super Plant นี้ ปัจจุบันอยู่ในการสะสมของ Hort Family Collection ในนิวยอร์ก


ศิลปิน Fred Tomaselli ได้กล่าวไว้ว่า “ในกรณีของผม มันอาจจะค่อนข้างตลกและค่อนข้างแปลกที่กำลังจัดเรียงและแปะรูปใบกัญชาบนผิวของภาพเขียนผมเอง ในขณะที่ผมก็กำลังสูบมันอยู่” เขากล่าวต่อ “ใช่กัญชากำลังบอกผมว่าควรทำอย่างไรกับมันจากภายในสมองของผมเองรึเปล่านะ? หรือนั่นเป็นเพียงความคิดรั่วๆของคนกำลังเมากัญชาล่ะมั้ง?”



The Beatles


‘Got to Get You into My Life’ เพลงที่สดใสและเต็มไปด้วยอารมณ์จากอัลบั้ม Revolver ในปี 1966 โดยทั่วไปถือว่าเป็นหนึ่งในเพลงรักที่สนุกสนานของวง The Beatles จากคำกล่าวของ Paul McCartney วัตถุแห่งความรักในกรณีนี้คือ กัญชา ไม่ใช่หญิงสาว “เพลงชื่อ ‘Got to Get You into My Life’ เป็นเพลงที่ผมเขียนเมื่อผมได้รับการแนะนำให้รู้จักกับกัญชาครั้งแรก” ในหนังสือ “Paul McCartney: Many Years from Now” เขาบอกกับ Barry Miles เมื่อปี 1997 ว่า “ผมเคยเป็นเด็กหนุ่มวัยทำงานที่ค่อนข้างเถรตรง แต่เมื่อเริ่มลองสูบกัญชา ดูเหมือนมันช่วยยกระดับจิตใจ และมันไม่มีผลข้างเคียงมากเหมือนแอลกอฮอล์หรืออย่างอื่น เช่น การเสพยาเม็ดต่างๆ ที่ผมควรต้องอยู่ห่างมันไว้ ผมชอบกัญชา มันไม่ได้สร้างปัญหากับผมและสำหรับผมแล้ว มันช่วยแผ่ขยายจิตใจและขยายความคิดอย่างแท้จริง เพราะงั้น 'Got to Get You Into My Life' จึงเป็นเพลงที่ไม่ได้เกี่ยวกับหญิงสาวเลย จริงๆแล้วเพลงนี้มันเกี่ยวกับกัญชา และกัญชามันพูดว่า ‘ฉันจะทำสิ่งนี้ มันไม่ใช่ไอเดียที่แย่หรอก’ ”



Chris Burden


Chris Burden ใช้กัญชาในผลงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ อาร์ตหลายๆ ชิ้นของเขา แต่ผลงานที่มีชื่อว่า ‘Coals to Newcastle’ ซึ่งได้ทำการแสดงในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เป็นผลงานชิ้นที่กล้าบ้าบิ่นที่สุดชิ้นหนึ่งของเขา ชื่องานถูกตั้งตามสำนวนภาษาอังกฤษที่บ่งบอกถึงการกระทำที่ไร้เหตุผล ศิลปินเอากัญชาพันลำสองมวน(ปลูกในสหรัฐอเมริกา) ส่งขึ้นเครื่องบินจำลอง เทคออฟจากแคลิฟอร์เนียมุ่งไปแลนดิ้งที่เม็กซิโก ซึ่งบนเครื่องบินจำลองมีวลีถูกเขียนเป็นภาษาสแปนิชเม็กซิกันไว้เช่น "ผลิตในสหรัฐอเมริกา", "สูบเลยพวก" และ “สายพันธุ์ Topanga”



Muebon


ถือเป็นปรากฎการณ์เลยทีเดียว ที่ศิลปิน Muebon ได้เปิดตัวนิทรรศการโซโล่ของเขาในวันปลดล็อคกัญชากลางสยามสแควร์ จัดแสดงผลงานแนวสตรีทอาร์ตมีเนื้อหาสื่อถึงกัญชา พร้อมทั้งโชว์ดนตรีจากศิลปินหลากหลายในวันเปิดงาน


นิทรรศการศิลปะ Make Siam Smile Again! โดยศิลปิน MUEBON ที่ได้จัดขึ้นสำหรับการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จในการต่อสู้ เพื่อให้กัญชาถูกกฏหมาย และไม่เป็นความผิดทางอาญาอีกต่อไป โดยที่ศิลปิน MUEBON จะพาทุกท่านไปเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อกัญชา ผ่านการผจญภัยบนภาพประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน นิทรรศการจัดแสดงที่ Cannabis Museum สยามสแควร์ซอย 2


Bigdel


Bigdel เป็นศิลปินแนวสตรีทอาร์ตรุ่นบุกเบิกของไทยมาพร้อมๆกับ Pakorn BNA , Alex Face เลยทีเดียว เขาเริ่มต้นตั้งแต่การพ่นสเปรย์ tag ตัวหนังสือบนกำแพงซึ่งถือเป็นกราฟฟิตี้พันธุ์แท้จริงๆ รวมถึงการพ่นคาแรคเตอร์ต่างๆเป็นแนวสตรีทอาร์ต งานของเขามีกลิ่นอายของสตรีทอาร์ตของอเมริกาผนวกกับเรื่องราวแบบไทยๆ ซึ่งเขามักนำเอาเหตุการณ์ในสังคมของไทยช่วงนั้นๆมาเล่น เช่น ความเชื่อในของมงคล อีกทั้งแสดงไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันอย่างกระแสสังคมเรื่องปลดล็อคกัญชา เป็นต้น ด้วยสไตล์และตัวคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้คนจดจำได้ หากผ่านไปบนท้องถนนของกรุงเทพฯ เห็นแล้วก็จะรู้ได้ว่าเป็นงานของ Bigdel เสมือนเห็นลายเซ็นของเขาเลยทีเดียว ... ผลงาน Get High เป็นชิ้นงานที่สามารถสะสมและแขวนผนังได้ ผลงานไดคัทเป็นรูปทรงของตัวคาแรคเตอร์กัญชาสนุกๆ พร้อมคำเชิญชวนให้มาเก็ทไฮด์กัน งานชิ้นนี้ร่วมแสดงใน Awesome Dude! นิทรรศการรวมศิลปินแนวป็อป สตรีทอาร์ต ณ จอยแมน แกลเลอรี่ กรุงเทพฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา


Lady Gaga


Lady Gaga ได้สารภาพกับแฟนๆ ว่าเธอสูบกัญชาบนเวที ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็ได้ยอมรับว่าเป็น "สมาชิกของคลับใบเขียว" และเปิดเผยให้แฟนซึ่งหลายคนยังอายุน้อยได้ฟังว่าเธอสูบกัญชาขณะแสดงที่อัมสเตอร์ดัมอีกด้วย จากวิดีโอที่ถ่ายทำการแสดงในอัมสเตอร์ดัม ได้บันทึกภาพระหว่างหยุดพักการแสดงเอาไว้ มันเป็นภาพเธอกำลังจุดกัญชาและซี้ดควันเข้าสุดปอด นักร้องสาววัย 26 ปี กล่าวชื่นชมยาวิเศษ บอกกับแฟนๆ ว่าเธอเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพราะเธอชอบสูบกัญชามากกว่า


นักร้องเพลงฮิต The Born This Way อันโด่งดังยังเปิดเผยว่ากัญชาช่วยให้เธอเข้าถึงดนตรีได้จากมุมมองทาง ‘จิตวิญญาณ' เธอกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะซันว่า “ฉันอยากให้คุณรู้ว่ากัญชาเปลี่ยนชีวิตฉันโดยสิ้นเชิง และฉันลดการดื่มลงจริงๆ มันเป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริงสำหรับฉันกับดนตรีของฉัน มันเหมือนจะบอกว่าทุกคนควรซีี้ดเข้าไปซักที และทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี”


ในขณะที่แฟนๆ บางคนชื่นชมในความกล้าเปิดเผยของ Gaga แต่หลายคนกลับไม่ประทับใจกับพฤติกรรมแปลกประหลาดนี้ของเธอ แฟนคลับกลุ่มหนึ่งได้ทวีตว่า “หยุดดูดกัญชาเถอะ Gaga ... ยาเสพติดไม่ต้อง แค่ศิลปะก็พอ...”


Louis Armstrong


หลุยส์ อาร์มสตรอง คือ ตำนานแจ๊สของโลก นักเป่าทรัมเป็ตและนักร้องที่มีชื่อเสียงคนนี้เป็นหนึ่งในนักดนตรีกลุ่มแรกที่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าชื่นชมกัญชา และเขาระบุในอัตชีวประวัติของเขาว่า “กัญชาดีกว่าวิสกี้พันเท่า … มันเป็นทั้งผู้ช่วย ทั้ง เพื่อน" เขามักพูดถึงมันผ่านเพลงของเขา รวมถึงการพูดคุยถึงมันในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นในยุคของเขา กัญชา(cannabis)มีชื่อเล่นอีกอันว่า มักเกิ้ลส์(Muggles) ซึ่งมันแค่บังเอิญที่ไปพ้องกับคำในเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ของ เจ.เค. โรลลิ่ง เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว หลุยส์ อาร์มสตรอง นำชื่อเล่นของกัญชานี้ มาตั้งเป็นชื่อเพลงของเขาในช่วงต้นทศวรรษที่ 1920 ... รับฟังเพลง “Muggles” นี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=qY6Yo6lE-Jg



________________


ส่องรายละเอียดความไฮด์ได้ในแคปชั่นของแต่ละรูปภาพ

หรืออ่านฉบับเต็มได้ทางเว็บไซต์ https://arttank.media/2022/06/27/get-high_inspire-art/


อ้างอิง


ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page