top of page
  • รูปภาพนักเขียน Zye

ศูนย์กลางศิลปะ เมื่อไหร่ไทยจะพร้อม?

อัปเดตเมื่อ 31 พ.ค. 2566

ใน Tank Highlight รอบที่แล้ว เรื่องความพยายามในการเป็นผู้นำและศูนย์กลางของศิลปะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ แล้วประเทศไทยจะสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องเตรียมพร้อมในเรื่องไหนบ้าง วีคนี้จะขอพาทุกคนมสำรวจองค์ประกอบต่างๆ ที่จะเป็นไปได้ในการจะเป็น หรือ หวังว่าจะเป็น โดยพิจารณาจากประเทศที่ก้าวนำประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์กัน

หลังจากการลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาทในการปรับปรุงอาคารศาลากลางและอาคารศาลฎีกาเก่าของสิงคโปร์เป็น National Gallery Singapore หรือหอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ เพื่อให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเนื้อที่ 64,000 ตารางเมตร นอกจากงบประมาณจำนวนมากที่ใช้ในการปรับปรุงพื้นที่ ทางรัฐบาลสิงคโปร์ยังอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลในการหาซื้อผลงานศิลปะของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย มากกว่า 8,000 ชิ้น ซึ่งนับเป็นคอลเลคชั่นผลงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดและล้ำค่าที่สุดที่เปิดแสดงต่อสาธารณะ โดยมีงานศิลปะสมัยใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ตั้งแต่งาน Old master, Modern Art, Contemporary art จนถึงงาน Art Now ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน รวมถึงการจัดนิทรรศการหมุนเวียนของของศิลปินระดับโลกอีกหลายครั้งและการเปิดโครงการ S.E.A focus เพื่อสนับสนุนศิลปินในภูมิภาคที่สร้างสรรค์งานที่น่าสนใจ มีความหลากหลายและเป็นที่น่าจับตามองทั้งในภูมิภาค S.E.A และขยายไปจนถึงภูมิภาคใหญ่อย่างเอเชียแปซิฟิก . การสนับสนุนทางศิลปะที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากหน่วยงานรัฐและสถาบันต่างๆ ของสิงคโปร์ ได้แก่ การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับงานศิลปะแขนงต่างๆ อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี นอกจากกิจกรรมที่ถูกจัดโดยภาครัฐและตัวหอศิลป์เองแล้วนั้น ยังมีการดำเนินงานร่วมกับ พิพิธภัณฑ์นานาชาติอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติฌอร์ฌ ปงปีดู (Centre national d’art et de culture Georges-Pompidou) และพิพิธภัณฑ์มูว์เซดอร์แซ (Musée d’Orsay) ในประเทศฝรั่งเศส, พิพิธภัณฑ์เทตบริเทน (Tate Britain) ในประเทศอังกฤษ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว (MOMAT) ในประเทศญี่ปุ่น, และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัยแห่งชาติเกาหลี (MMCA) ในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมนำเสนอศิลปะในบริบทของโลก ทำให้ประเทศสิงคโปร์เป็นจุดสำคัญ ทั้งในวงการทัศนศิลป์ระดับภูมิภาคและระดับโลก


1. ศิลปะในประเทศต้องมีความเฟื่องฟูเพื่อพร้อมที่จะเป็นเมืองศิลปะ ประเทศต้องพร้อมสำหรับพื้นที่และบุคลากรทางด้านศิลปะที่พร้อมจะสร้างและจัดแสดงผลงาน ทั้งศิลปิน นักสะสม นักลงทุน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ อาร์ตสเปซ แกลเลอรี่ทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้เกิด Art Scene และสร้างวัฒนธรรมด้านที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย



2. มีจำนวนศิลปินมากพอที่จะสร้างผลงานศิลปะ การมีจำนวนศิลปินที่มากแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศิลปินไทยเท่านั้น การเปิดกว้างที่จะมีศิลปินจากหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาทำงานและอาศัยในประเทศไทยพร้อมทั้งสร้างผลงาน เพื่อให้เกิดศูนย์กลางการจำหน่ายที่ประเทศไทย จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองศิลปะได้ ดังนั้นความสามารถของประเทศไทยในเชิงของความมีมิตรไมตรีกับคนต่างถิ่น การมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงในการอยู่อาศัย จะเป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดศิลปิน รวมทั้งองค์กรทั้งรัฐและเอกชนที่สนับสนุนในเรื่องนี้ โดยการสนับสนุนอาจไม่ได้เป็น free donation แต่อาจทำในเชิงธุรกิจเพื่อสนับสนุนกันและกัน



3. ความเป็นมิตรของเมืองต่อผู้มาเยี่ยมชม ได้แก่จำนวนร้านอาหาร โรงแรม ค่าครองชีพ ที่พัก สภาพสังคมและการคมนาคมที่สะดวกสบายในการเดินทาง องค์ประกอบของการเป็นเมืองที่ Dynamic มีพิพิธภัณฑ์มากพอ มีหอศิลป์ของทางรัฐและเอกชนที่หลากหลาย การเปิดกว้างของแกลลอรี่ทั้งสัญชาติไทยและต่างประเทศ นอกจากที่เป็นองค์ประกอบโดยตรงของศิลปะแล้ว การมีร้านอาหารทุกประเภท และราคาที่เลือกทานได้ต่างๆ กัน การมี nightlife เพราะบางครั้งเทศกาลศิลปะไม่ได้จบที่แกลเลอรี่แต่มีการใช้เวลาพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองในงานปาร์ตี้ของแกลเลอรี่ ดังนั้นความเป็นมิตรของคนไทย จึงเป็นองค์ประกอบที่เราสามารถเป็นได้



4. สังคมที่พร้อมในการยอมรับความหลากหลาย มีพื้นที่สำหรับ LGBTQ+ การเปิดกว้างให้กับความหลากหลายทางเพศ ซึ่งหมายถึงทั้งการเปิดด้านวัฒนธรรมและรสนิยมไปด้วย ซึ่งเมืองหลายเมืองในโลกก็มีข้อจำกัดในประการต่าง ๆ และในบางเมืองก็เป็นลักษณะเฉพาะทางศาสนาประจำชาติ ซึ่งประเทศไทยของเรามีความเปิดกว้าง เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลก จึงเป็นประเทศที่เหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางทางศิลปะระดับโลกได้



5. มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองน่าเที่ยวที่สุดตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ที่เราจะใช้เป็นตัวผลักดันการท่องเที่ยวเชิงศิลปะที่เป็นการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงให้เข้ามาเติมเต็มจุดยืนของการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้



6. การเมืองที่ดีจะสนับสนุนศิลปะ การเมืองที่มั่นคงย่อมทำให้เกิดความต่อเนื่องด้านนโยบายและนโยบายการสร้างเมืองศิลปะ ไม่ได้เป็นนโยบายฉาบฉวยหรือ event แต่ต้องเป็นนโยบายระยะยาวในการสร้างสุนทรียภาพให้กับคนไทยและเมืองไทย การเมืองที่ดีจึงสำคัญมากกับการพัฒนาระยะยาวในเรื่องศิลปะ



7. มีนโยบายทางภาษีงานศิลปะอย่างชัดเจน เอื้อให้มีการซื้อขายหรือส่งออกศิลปะอย่างเหมาะสม

ประเทศไทยมีภาษีนำเข้าวัสดุสร้างงานศิลปะในอัตราที่สูง อยู่ในระดับตั้งแต่ 10-60% ซึ่งหมายถึงต้นทุนของการสร้างงานศิลปะก็จะสูงไปด้วย กลายเป็นข้อจำกัดหรือสิ่งกีดขวางให้การสร้างงานมีต้นทุนสูงในทุกๆ งานที่สร้างขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุดิบในการสร้างงานศิลปะที่เป็นต้นทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยก็พลอยตีบตันไปด้วย ในขณะเดียวกันเราก็ยังมีภาษีนำเข้าศิลปะที่อยู่ในอัตราที่สูง ทำให้ความเป็นไปได้ในการที่จะมีแกลเลอรี่ระดับนานาชาติในไทยถูกปิดไปโดยสิ้นเชิง รวมไปถึง Art Fair ในระดับนานาชาติก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งแกลเลอรี่และ Art Fair มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดระดับโลก หากภาษีเราอยู่ที่อัตราประมาณตั้งแต่ 2-5% นอกจากรัฐจะได้ภาษี Vat จากการซื้อขายศิลปะในราคาสูงแล้ว เราก็ยังสามารถนำพาผู้คนที่มีศักยภาพทางการเงินที่จะมาซื้อศิลปะ มาใช้เงินในประเทศไทยได้อีกมาก ก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจศิลปะที่เชื่อว่าจะสามารถเติบโตเป็นสิบเท่าของปัจจุบัน . หากเราสังเกตจากองค์ประกอบหลาย ๆ ส่วนในระบบนิเวศทางศิลปะ ที่จะเอื้อให้ประเทศไทยนั้นพัฒนาเป็นศูนย์กลางหรือ HUB ของพื้นทางศิลปะของภูมิภาค จะเห็นว่ามีหลายส่วนที่เรายังต้องปรับเปลี่ยนและอาศัยความร่วมมือจากทางรัฐในการกำหนดนโยบายทางภาษี และกฎหมาย ความร่วมมือจากศิลปิน ความร่วมมือจากหน่วยงานทางเอกชน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งทางศิลปะ การโรงแรม การท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างความเข้าใจและรสนิยมในการให้คุณค่าและความหมายของศิลปะ ให้เป็นหนึ่งใน soft power หรือ ส่วนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับทางสังคม หากเราตระหนักถึงความสำคัญและมีความพร้อมเพียงพอ ถึงวันนั้นเราจะสามารถกลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะในภูมิภาคได้หรือไม่ คงต้องช่วยกันหาคำตอบและใช้ความพยายามกันต่อไป ทาง Art tank media จะก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนระบบนิเวศทางศิลปะ ให้ก้าวหน้าและพัฒนาต่อไป


อ้างอิง https://parisplus.artbasel.com/.../south-east-asia... https://www.artbasel.com/.../sea-focus-singapore-puts... https://artsequator.com/radar-sea-globe-singapore-art-hub/ https://edition.cnn.com/.../singapore-art.../index.html ______ ดูรายละเอียดหรืออ่านได้บนเว็บไซต์ : https://arttank.media/2023/01/27/thai-art-hub/ ______ สามารถติดตามคอนเทนต์ของเราเพิ่มเติม ได้ที่ : https://arttank.media/ หรือ ส่งข้อมูลข่าวสารให้เราประชาสัมพันธ์ได้ที่ : media@arttankgroup.co.th Follow us here for more contents : https://arttank.media/ Send us your Art news for PR here : media@arttankgroup.co.th

ดู 229 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page