top of page

ก่อน Thailand Biennale Phuket 2025 จะจบ ยังมีอะไรที่คุณไม่ควรพลาด

  • รูปภาพนักเขียน: Petch
    Petch
  • 20 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

Thailand Biennale Phuket 2025 เข้าสู่เดือนสุดท้ายแล้ว นี่คืองานที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปจริง ๆ เพราะงานนี้ไม่ใช่นิทรรศการที่เดินดูแล้วจบในไม่กี่ห้อง แต่เป็นงานที่ค่อย ๆ เปิดให้เห็นว่าภูเก็ตมีมากกว่าภาพจำของเมืองท่องเที่ยวแค่ไหน ภายใต้ธีม “นิรันดร์ [กัลป์]” ศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินไทยและต่างประเทศไม่ได้แค่มาตั้งอยู่ในเมือง แต่เข้าไปปลุกอาคารเก่า โรงหนังร้าง บ้านประวัติศาสตร์ พื้นที่อุตสาหกรรมเดิม ชุมชน และภูมิทัศน์ของภูเก็ตให้กลับมามีเสียงอีกครั้ง ยิ่งใกล้วันปิด ยิ่งรู้สึกว่างานนี้ควรรีบไปดูด้วยตาตัวเองมากกว่าอ่านจากภาพหรือโพสต์สรุปทีหลัง

.

เสน่ห์ของ Biennale รอบนี้อยู่ตรงที่ “สถานที่” ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของงานเต็ม ๆ บางแห่งเคยเป็นโรงหนังที่เคยคึกคัก บางแห่งเป็นธนาคารเก่าที่พาเราย้อนกลับไปเห็นเศรษฐกิจอีกยุค บางแห่งเคยเป็นบ้านของคนสำคัญในประวัติศาสตร์เมือง บางแห่งคือเหมือง โรงเหล้า หรือพื้นที่สาธารณะที่หลายคนอาจคุ้นชื่ออยู่แล้ว แต่พอศิลปะเข้าไปอยู่ข้างใน พื้นที่เดิมเหล่านั้นก็เปลี่ยนความหมายทันที กลายเป็นภูเก็ตอีกเวอร์ชันที่เต็มไปด้วยความทรงจำ แรงงาน ความเชื่อ ความเปลี่ยนแปลง และความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพของเมืองท่องเที่ยว

.

ถ้าเริ่มจากหัวใจหลักของงาน ย่านเมืองเก่าภูเก็ตคือโซนที่แน่นและน่าตามที่สุด เพราะมีสถานที่จัดแสดงกระจายอยู่หลายจุดติดกัน ทั้ง โรงหนังเพิร์ล เพิร์ลโบว์ล ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (สาขาเดิม) บ้านเทอร์เทิล ภูเก็ต เบจ อาคารพูนผล โรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์ หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต และ DC Phuket Town แต่ละแห่งมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัด โรงหนังเพิร์ลเต็มไปด้วยงานที่พูดถึงร่างกาย เพศสภาพ แรงงาน และประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของเมือง เพิร์ลโบว์ลมีงานที่พาเราดำลงไปฟังเสียงทะเล ป่าโกงกาง และระบบนิเวศแบบรอบทิศทาง ส่วนอาคารอย่างธนาคารเก่าหรืออาคารพูนผลก็เต็มไปด้วยงานที่แตะเรื่องเศรษฐกิจ ความยุติธรรม และการเปลี่ยนผ่านของภูเก็ตแบบที่ค่อย ๆ ซึมลึกมากกว่าจะเล่าตรง ๆ

.

อีกโซนที่ห้ามมองข้ามคือพื้นที่ที่โยงกับประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของภูเก็ตโดยตรง ทั้ง สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ หรือโรงเหล้ากะทู้ ศาลเจ้ากะทู้ บ้านหลังแรกของหลวงอำนาจนรารักษ์ เหมืองเจ้าฟ้า และอาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง โซนนี้ทำให้เห็นชัดว่าภูเก็ตไม่ได้มีแค่ทะเลสวยหรือเมืองเก่าน่ารัก แต่ยังมีรากของเมืองที่เติบโตมาจากแร่ดีบุก แรงงาน และความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นจริง งานหลายชิ้นในพื้นที่เหล่านี้ชวนให้กลับไปคิดเรื่องทรัพยากร การขุด การใช้ การทิ้ง และเมืองท่องเที่ยวที่กำลังกินตัวเองอยู่เงียบ ๆ โดยเฉพาะ เหมืองเจ้าฟ้า และอาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นสองจุดที่มีงานไฮไลต์มากและตัวสถานที่เองก็ส่งพลังกับงานอย่างชัดเจน

.

ถ้าอยากเห็นว่างานครั้งนี้ขยายออกจากอาคารไปสู่ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะจริง ๆ ต้องตามไปดูที่ ตลาดสาธารณะ 3 เดิม หรือหยี่เต้งคอมเพล็กซ์ อุโมงค์ป่าโกงกาง สะพานหิน สวนสาธารณะสะพานหิน จุดชมวิวเขารัง และแหลมพรหมเทพ รวมถึงจุดจัดแสดงอื่นอย่าง BARBANSAN, Nai Harn Beach และ Sukho Pavilion พื้นที่เหล่านี้ทำให้จังหวะการดูงานเปลี่ยนไปทันที บางงานต้องเดินเข้าไปหา บางงานต้องยืนอยู่กับแสง ลม หรือเสียงจริง ๆ ถึงจะเข้าใจ และบางงานก็ทำให้เราเห็นว่าคำว่า “ภูเก็ต” ใน Biennale ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงแค่โลเคชัน แต่หมายถึงทั้งระบบของเกาะแห่งนี้ ตั้งแต่ทะเล ป่าโกงกาง ชุมชน ไปจนถึงเรื่องขยะ สิ่งแวดล้อม และอนาคตของเมือง

.

สิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้ห้ามพลาดในเดือนสุดท้าย ไม่ใช่แค่เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนปิด แต่เพราะงานจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาสำหรับสถานที่เหล่านี้โดยเฉพาะ พองานจบ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับสถานที่ก็จบไปพร้อมกันทันที เพราะฉะนั้นถ้ายังไม่ได้ไป ตอนนี้คือเวลาที่ควรไปที่สุด และถ้าจะไปจริง ๆ ก็ควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับไล่ดูสถานที่สำคัญเหล่านี้ให้ครบ เพราะแต่ละที่ไม่ใช่แค่จุดเช็กอินของนิทรรศการ แต่เป็นชิ้นส่วนที่ทำให้ Thailand Biennale Phuket 2025 สมบูรณ์ในแบบที่มันเป็น และยิ่งใกล้วันสุดท้าย ก็ยิ่งชัดว่างานนี้คือหนึ่งใน Biennale ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวและน่าจดจำมากที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว


.

.

_________

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารให้เราประชาสัมพันธ์ได้ที่ media@arttankgroup.co.th


Art Tank Group บริการด้านศิลปะ ครบวงจร

ประมูลศิลปะ ขนส่งและติดตั้งศิลปะ อนุรักษ์งานศิลปะ สื่อและอีเวนท์ศิลปะ

ติดต่อ : 061-626-4241


ความคิดเห็น


Art-Tank-Media-Logo
© 2022 Art Tank Group Co., Ltd. All Rights Reserved.
  • Facebook
  • Instagram
  • Twitter
  • Youtube
  • TikTok

Fear of missing out?
Subscribe!

bottom of page