โลกอีกใบของ อุดม แต้พานิช กับบทบาท ‘ศิลปิน’ ที่อยู่กับเขามาตลอดชีวิต

พูดชื่อ “อุดม แต้พานิช” แล้วใครหลายคนก็คงนึกถึงเสียงหัวเราะบนเวทีเดี่ยวไมโครโฟน เสียงแซวแรง ๆ แต่จริงใจ เสียงปรัชญาแบบบ้าน ๆ ที่ชวนให้เราทั้งขำทั้งคิด แต่ถ้าคุณได้รู้จักเขามากขึ้นอีกนิด คุณจะพบว่า เบื้องหลังเสียงหัวเราะนับพันชั่วโมงนั้น อุดมคือ “ศิลปิน” คนหนึ่ง ที่ทำงานศิลปะอย่างสม่ำเสมอ ราวกับเป็นปอดอีกข้างที่เขาใช้หายใจโดยไม่ต้องให้ใครปรบมือ
.
อุดมไม่ได้ “หันมาทำงานศิลปะ” เพราะเบื่อเวที หรือเพราะอยากเปลี่ยนบทบาท แต่อุดมนั้นทำมาตลอด เพียงแค่ไม่พูดถึงมันบ่อยนัก ระหว่างที่เราฟังเขาเล่าเรื่องขำใน “เดี่ยว 1” ถึง “เดี่ยว 13” อยู่บนเวที ข้างหลังฉากเหล่านั้น เขากำลังตัดไม้ เจาะผ้าแคนวาส พ่นสี และจัดองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยมือของตัวเอง โดยไม่เคยหวังว่าจะมีใครมาชื่นชม เพราะศิลปะสำหรับเขา “ไม่ใช่เรื่องของอาชีพ แต่เป็นวิธีที่เขาคุยกับตัวเอง”
.
บทบาทด้านศิลปินที่เด่นชัดสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นนิทรรศการ ‘I Need a Life Coach’ ที่จัดเมื่อปี 2565 ที่อุดมชวนเราก้าวเข้าสู่ห้องเงียบ ๆ ห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด เทปยา หุ่นไม้ และผลงานจากวัสดุหลากหลายที่เขาค่อย ๆ สร้างขึ้นในเวลาว่าง หรือบางทีอาจจะในเวลาท้อแท้ นิทรรศการนั้นไม่ได้จัดขึ้นเพื่อแสดงฝีมือ แต่มันคือ “ไดอารี่ชิ้นใหญ่” ที่จดบันทึกความคิด ความเจ็บปวด และความขำขื่นในช่วงวัยกลางคน ที่ชีวิตเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แต่ลึกขึ้น
.
หลายคนอาจไม่รู้ว่า เส้นทางศิลปินของอุดมไม่ได้อยู่แค่ในแกลเลอรี แต่ซ่อนอยู่ในเวที ‘เดี่ยวไมโครโฟน’ มานานแล้ว ตั้งแต่ ‘เดี่ยว 1’ ที่เขาพูดถึงความรัก ไปจนถึง ‘เดี่ยว 13’ ที่เปลี่ยนจากคำแซวเป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและความตาย และถ้าย้อนไปดูโชว์ ‘เดี่ยว’ หลาย ๆ ครั้งให้ดี จะเห็นว่าอุดมเริ่มทดลองใช้เวทีเป็นพื้นที่ศิลปะมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงสีน้ำเงินพาดผ่านอารมณ์เฉพาะช่วงในเดี่ยว 9 หรือการจัดวางวัตถุในเดี่ยว 10 ที่แทบจะกลายเป็น Installation ขนาดย่อมไปในตัว
.
บนเวที ‘เดี่ยว 13’ เราได้เห็นอุดมพูดถึงการบวช การฝึกจิต และความไม่มั่นคงของสังขาร แต่แทนที่จะเศร้า เขาเปลี่ยนมันให้กลายเป็นบท Performance art แบบเฉพาะตัว เปิดวิดีโอเพลงของวง DTK ที่เขาทำเองทุกกระเบียดนิ้ว เหมือนเป็นการประกาศว่า ความเป็นศิลปินในตัวเขา ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพูด ในเวทีนั้นเอง ยังมีฉากหลังที่เต็มไปด้วยงานดีไซน์ที่เขาคิดเอง ทำเอง งานทุกชิ้นกลายเป็นชิ้นงานศิลปะที่ซ้อนอยู่ในโชว์ตลก จนแทบไม่รู้ว่านี่คืองานศิลป์หรืองานแสดง เพราะทั้งสองมันซ้อนกันจนแยกไม่ออก
.
และถ้าหาก ‘I Need a Life Coach’ คือบทบันทึกของช่วงที่อุดมเงียบลง ‘Lost in DOMLAND’ คืองานที่เขายอมเปิดโลกใต้สำนึกให้ผู้ชมหลุดเข้าไปเต็มตัว นิทรรศการขนาดมหึมานี้จะจัดแสดงที่ Pinnacle Hall ชั้น 8 ของไอคอนสยาม พื้นที่กว้างเท่าสนามฟุตบอล ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 40 เมตรจากแม่น้ำเจ้าพระยา เหมือนเป็น “โดมลับ” ใต้หลังคาสมองของเขา ที่เต็มไปด้วยตัวละครประหลาดมากกว่า 1,000 ชิ้น ที่นี่ไม่ได้มีแค่หุ่นหรืองานไม้ แต่มันคือ “โลกอีกใบ” ที่อุดมใช้เวลาเกือบทศวรรษในการปลูกสร้าง ทุกตัวละครมีนิสัย มีอดีต มีปมในใจ พูดง่าย ๆ ว่านี่ไม่ใช่นิทรรศการศิลปะทั่วไป แต่มันคือ ‘DOMLAND’ ดินแดนแห่งความคิดที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อน
.
‘Lost in DOMLAND’ จึงไม่ใช่แค่นิทรรศการศิลปะของอุดมเท่านั้น แต่มันคือ “เดี่ยวไมโครโฟน” เวอร์ชันภาพและวัสดุ เป็นการเล่าชีวิตผ่านหุ่น ผ่านงานไม้ ผ่านสีน้ำและพู่กัน เป็นการพูดถึงตัวตนในแบบที่ไม่ต้องพูดเลยสักคำ อุดมไม่ได้อยากให้เราเข้าใจทุกอย่างที่จัดแสดง แต่อยากให้เรากลับไปเข้าใจ “ตัวเอง” มากขึ้น เหมือนที่เขาเข้าใจตัวเองผ่านการสร้างมันขึ้นมา การแสดงตลกต้องเอาใจคนดู แต่การทำศิลปะของอุดมคือการเอาใจตัวเอง และในความแปลก ซื่อ และขี้เล่นนั้นเอง ที่ทำให้เรารู้สึกว่า “เราก็เป็นแบบนั้นได้เหมือนกัน”
.
‘Lost in DOMLAND’ ไม่ใช่แค่การรวมผลงานเก่า หรือสร้างสิ่งใหม่แบบหวือหวา แต่เป็นการ “ปักหมุด” ว่าศิลปะสำหรับอุดม แต้พานิช คือวิถีชีวิต คือวิธีหายใจ และคือสิ่งเดียวที่เขาทำเพื่อ “ตัวเอง” มาโดยตลอด ในยุคที่ศิลปะถูกครอบงำด้วยตลาด และภาพลักษณ์ของศิลปินในโลกออนไลน์ ‘อุดม’ เลือกจะทำศิลปะแบบเด็ก ๆ แบบที่ไม่ต้องขอใคร ไม่ต้องสมบูรณ์ และไม่ต้องมีใครเข้าใจทั้งหมด แค่ได้ทำ ก็พอแล้ว
.
ในวันที่วงการศิลปะมีคำว่า “คอนเซ็ปต์” คำว่า “ศิลปินร่วมสมัย” และคำว่า “แกลเลอรี” อุดม แต้พานิช กลับเลือกใช้คำว่า “เล่น” ศิลปะของเขาไม่ต้องมีกรอบ ไม่ต้องมีทฤษฎี และไม่ต้องผ่านการตีความที่ซับซ้อน เหมือนเด็กคนหนึ่งที่กำลังวาดรูป ไม่ใช่เพราะอยากขายงาน แต่เพราะแค่ “รู้สึกดี” ที่ได้ทำ
.
‘Lost in DOMLAND’ เปิดให้เข้าชม 7 มิถุนายน – 3 สิงหาคม 2568 ณ The Pinnacle Hall ชั้น 8 ไอคอนสยาม เริ่มขายบัตร Early Bird ราคา 750 บาท (ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มิ.ย.) บัตรทั่วไป 850 บาท บัตรเด็ก 250 บาท (สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 100 ซม. ซื้อหน้างาน) ซื้อบัตรได้ที่ 7-Eleven ทุกสาขา หรือ www.allticket.com/event/lostindomland
.
เราอาจไม่ต้องเข้าใจศิลปะทุกชิ้นใน Lost in DOMLAND
แต่อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ก็มีมิวส์ มีเสียง มีตัวตน และมีพลัง
.
.
__________
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารให้เราประชาสัมพันธ์ได้ที่ media@arttankgroup.co.th
Art Tank Group บริการด้านศิลปะ ครบวงจร
ประมูลศิลปะ ขนส่งและติดตั้งศิลปะ อนุรักษ์งานศิลปะ สื่อและอีเวนท์ศิลปะ
ติดต่อ : 061-626-4241



Mình hay xem soi cầu XSMB với soi cầu MB mỗi ngày để kịp cập nhật trước giờ quay số, coi như thêm góc nhìn cho yên tâm. Ngoài việc đọc dự đoán XSMB, mình còn để ý thống kê lô gan và lô xiên để nhìn ra nhịp xuất hiện của vài bộ số quen. Thỉnh thoảng anh em trong nhóm cũng nhắc tới mấy công cụ như quay thử XSMB, Rồng Bạch Kim và dữ liệu lịch sử, vì dựa vào tần suất thực tế nên dễ soi lại cho rõ hơn. Mình cũng có ghé soicauxsmb.pro ở giữa quá trình tham khảo, chủ yếu để đối chiếu thêm chứ không kỳ vọng gì quá. Nói chung dự…
Mình chơi xổ số kiểu cho vui là chính, coi như giải trí sau giờ làm, trúng thì hên thêm chứ không trúng cũng chẳng buồn. Trước đây nghe bạn bè bàn chuyện “cầu” với “kèo” rôm rả nên mình cũng tò mò thử theo dõi, mà mới đầu thấy toàn thuật ngữ nên hơi ngợp. Dần dần mình tự ghi lại vài ý hay gặp khi đọc nhận định, rồi so với kết quả để xem có phải mình đang tự tưởng tượng ra quy luật không. Lâu lâu mình ghé soicauxsmb.io để có thêm chuyện tám với tụi bạn, nhưng vẫn tự nhắc là đừng đặt niềm tin tuyệt đối. Có hôm trúng chút đỉnh thì vui, có…