top of page

Disconnect by Munins

ว่าไงสายอาร์ต สัปดาห์นี้เราจะพาไปพบกับผลงานจากนักวาดที่มีชื่อเสียงมากกว่า 10 ปี กับ Munins ที่มาพร้อมกับลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำให้เหล่าผู้ติดตามต้องหลงรัก ผลงานในวันนี้น่าสนใจอย่างไรถ้าพร้อมแล้วก็ไปรับชมกันได้เลย

What's up, Art Lovers? This week we'll take you to meet works from a famous illustrator for over 10 years, Munins, who comes with a unique style that makes followers fall in love. How interesting is today's work? If you're ready, let's go check it out.

ผลงาน “Disconnect” กับภาพหญิงสาวที่กำลังถือบางสิ่งที่คล้ายกับโทรศัพท์ โดยที่หน้าจอส่องสว่างออกมาเป็นแสงสีฟ้า ซึ่งศิลปินต้องการจะสื่อถึงสิ่งที่เราถืออยู่ หากมันเริ่มเปลี่ยนหน้าจอจากสีดำกลายเป็นสีฟ้า เราได้เชื่อมต่อกับผู้คนมากมาย ได้แสดงด้านที่สวยงามที่สุด แสดงออกสิ่งที่คนอื่นๆจะยินดีด้วยมากที่สุด แต่ในที่สุดการที่เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่แสนธรรมดาจริงๆนั้น ได้กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากที่สุดในวันหนึ่ง และทำให้เราได้สูญเสียความเป็นตัวเอง เหมือนกับคำพูดที่ว่า “ติดต่อกับผู้คน ตัดขาดกับตนเอง”

The work “Disconnect” features a young woman holding something resembling a phone, with the screen glowing with blue light. The artist wants to convey that what we are holding when it starts to change the screen from black to blue, we connect with many people, display the most beautiful side, and show what others would appreciate the most. But eventually, being our ordinary selves becomes the hardest thing to do one day, and it causes us to lose ourselves, just like the saying “Connect with people, disconnect with oneself.


นิทรรศการใหม่ล่าสุดของศิลปิน “Blackout” กับชื่อนิทรรศการที่หมายถึงภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น หรือที่หลายคนมักเรียกว่า “ภาพตัด” เป็นภาวะราวกับห้วงเวลาได้หยุดนิ่ง เหลือแต่เพียงความมืดมิด ว่างเปล่า เงียบงัน จนกระทั่งเสียงที่ดังที่สุดอาจจะเป็นเสียงกรีดร้องของความคิดของตนเอง ที่ภายในงานจะพาเราเข้าไปสำรวจภาวะหนึ่งที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตา พร่าเลือนทางการมองเห็น แต่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำตลอดกาล

“Blackout” signifies a state of semi-sleep, half-awake, commonly known as the ‘cut-off’ – a moment where time seems to stand still, leaving only darkness, emptiness, and a profound silence. It’s a realm where the loudest sound might be the wailing of one’s own thoughts. In this abyss, a multitude of emotions and a million memories, once lost in the complexities of life’s journey, resurface with newfound clarity. Revelations emerge, exposing the vibrant spectrum of experiences – from joyous recollections and wild exuberance to fearful tremors, moments of profound boredom, and even the agonizing memories that threaten to unravel us each time they resurface.


นิทรรศการครั้งนี้ Munins ได้เปรียบเทียบช่วง Blackout กับความเปราะบางชั่วขณะที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา ทั้งช่วงเวลาที่สูญเสียคนรัก ช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยว ช่วงเวลาที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วงเวลาที่เผชิญหน้ากับปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ และการพยายามก้าวผ่านภาวะเหล่านั้นด้วยความหวังและกำลังใจ โดย Munins ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันเปี่ยมความหมายที่กลั่นออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของเธอผ่านทางภาพวาดของมนุษย์อันหลากหลายที่ต่างกำลังว่ายวนอยู่ ในห้วงอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่กลับมีจุดร่วมกันอย่างน่าประหลาดคือการสวม ‘ถุงเท้า’ และ ‘ถุงมือ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการอนุญาตให้ตนเองสัมผัสถึงบางความรู้สึกอย่างกล้าหาญ หรือแม้แต่ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากอารมณ์ในชั่วขณะหนึ่ง

In this exhibition, Munins draws a parallel between the Blackout phase and the delicate moments that unfold in our lives. These include times of losing loved ones, moments of profound solitude, instances of physical and emotional vulnerability, encounters with seemingly insurmountable challenges, and the endeavor to navigate through these states with hope and resilience. Munins weaves a meaningful narrative, translating her life experiences into a diverse array of human illustrations, each swirling within the vortex of emotions, yet surprisingly connected by the peculiar commonality of donning both ‘socks’ and ‘gloves’ – representing the permission to bravely touch upon certain emotions or even shield oneself from the storms of emotions during challenging moments.

Munins หรือ มุนินทร์ สายประสาท ศิลปิน นักเขียน และนักวาดที่มีชื่อเสียงมากกว่า 10 ปี เธอชอบอ่านการ์ตูนและใฝ่ฝันจะอยากจะเรียนวาดรูปตั้งแต่เด็ก ๆ ต่อมาชีวิตกลับหันเหด้วยการไปเข้าเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังจากจบการศึกษา Munins มุ่งหน้าทำสิ่งที่เธอชอบอย่างแท้จริงคือการวาดการ์ตูน โดยเริ่มต้นจากการเขียนการ์ตูนนิยายภาพโทนสีเทาที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์หลากรูปแบบ ทั้งในมุมที่อบอุ่น อ่อนโยน และโรแมนติก 

‘Munins’ or Munin Saiprasart (Born in 1988), stands as an acclaimed artist, writer, and illustrator with a reputation spanning over a decade. Her passion for comics ignited in childhood, kindling dreams of mastering the art of drawing. Life, however, took a detour as she pursued studies in the Faculty of Architecture at Khon Kaen University. Post-graduation, Munins redirected her path to pursue what she genuinely loved – cartoon drawing. Starting with grayscale graphic novels, she wove tales of diverse relationships, resonating with warmth, tenderness, and a touch of romance. 


จุดเด่นในงานของ Munins คือการสร้างตัวละครที่สื่อสารอารมณ์ความรู้สึกจนทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวละครของเธอนั้นมีชีวิตจริง ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและเชื่อมโยงกับตัวละครของเธอ นอกจากลายเส้นที่จับใจผู้ชมแล้ว Munins ก็เป็นนักเขียนผู้มีจุดแข็งในการถ่ายทอดความรู้สึกทั้งสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน จนทำให้เธอมีแฟนหนังสือมากมาย และได้กลายเป็นนักเขียนและนักวาดที่มีผู้ติดตามในเฟสบุ๊คกว่า 600,000 คน

Munins’s standout quality lies in her ability to breathe life into characters that communicate emotions and feelings so profoundly that readers are left feeling as if her creations exist in the tangible realm. This evokes a sense of attachment and connection, weaving an intricate bond between the audience and her characters. In addition to the captivating strokes that captivate the viewers, Munins is also a wordsmith extraordinaire, skillfully conveying both joy and sorrow simultaneously. This dual mastery has earned her a legion of book enthusiasts, propelling her to become a writer and illustrator with a Facebook following of over 600,000 avid fans.


ผลงาน “Disconnect” จัดแสดงในนิทรรศการ ‘Blackout’ ซึ่งสามารถรับชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2024 ณ RCB Galleria 1ชั้น 2 River City Bangkok ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี ห้ามพลาด!!

“Blackout” exhibition runs from Now - 10 March 2024 at RCB Galleria 1, 2nd floor, River City Bangkok.




Send us your Art news for PR here:

Art Tank Group offers comprehensive services to the Art Ecosystem (Art auction, Art Handling, Art conservation, media, and events)

Contact number: 061-626-4241

ดู 24 ครั้ง0 ความคิดเห็น


bottom of page